แคลเซียมสำคัญแค่ไหน
แคลเซียมเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญที่ทำให้กระดูกแข็งแรง รวมถึงเป็นแร่ธาตุหลักในการสร้างทดแทนส่วนที่แตกหัก หรือ สึกหรอของกระดูกในทุกช่วงอายุ มวลกระดูกในร่างกายของเราจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆหลังจากอายุ 30 ปี และจะลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าสู่ภาวะสูงวัยหรือหมดประจำเดือน การรับประทานอาหารในแต่ล่ะวัน อาจไม่ได้รับแคลเซียมที่เพียงพอที่จะนำไปเสริมกระดูกให้มีความแข็งแรง การขาดแคลเซียม ทำให้มวลกระดูกลดลงจะนำไปสู่ภาวะกระดูกบาง และกระดูกพรุน เป็นผลให้กระดูกขาดความแข็งแรง และเกิดการแตกหักหรือยุบตัวของกระดูกได้ง่าย จึงจำเป็นต้องรับประทานแคลเซียมเสริมเพิ่มเติม
ปัจจัยที่ส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียม
-อาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วต่างๆ
-วิตามิน D จากแสงแดดในช่วงเวลา ประมาณ 09.00-15.00 น.
ปัจจัยที่ขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม
-การสูบบุหรี่
-การดื่มแอลกอฮอล์ หรือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม
-อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น อาหารรสเค็ม อาหารหมักดอง อาหารสำเร็จรูป
แคลเซียมในตลาดเป็นอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ในท้องตลาดจะเป็นแคลเซียมในรูปเกลือคาร์บอเนต ซึ่งให้แคลเซียมได้มากที่สุด คือ ร้อยละ 40 ผลิตภัณฑ์ยาเม็ดแคลเซียมยังมีหลายรูปแบบ คือ ยาเม็ดแข็ง ยาเม็ดฟู่ และยาแคปซูล ผู้สูงอายุที่มีความต้องการประมาณ 800-1000 มิลลิกรัม จึงต้องรับประทานผลิตภัณฑ์ยาแคลเซียมคาร์บอเนตวันละ 2,000-2500 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงคือ ท้องผูก
แคลเซียมใน แคลดีไลฟ์ แตกต่างอย่างไร
แคลเซียม ในแคลดีไลฟ์ อยู่ในรูปแบบ “แคลเซียม แอลทรีโอเนต” ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากผลวิจัยทั่วโลกว่า เป็นแคลเซียมที่สามารถดูดซึมเข้าสู๋ร่างกายให้มากที่สุด ถึง 95% สามารถป้องกันกระดูกพรุน ลดภาวะกระดูกบาง รวมไปถึงช่วยซ่อมแซมกระดูกอ่อนผิวข้อ และไม่ทำให้ท้องผูก รวมถึงมี “วิตามิน ดีสาม” ซึ่งเป็นชนิดของวิตามินดี ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม และช่วยปรับสมดุลกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันการหกล้ม
ทีมหมอรู้ได้คัดสรร แต่ส่วนประกอบหลักที่จำเป็นต่อกระดูกและข้อ ไม่ใส่ส่วนประกอบรองอื่นๆที่ไม่จำเป็น ดังนั้นในแคล-ดีไลฟ์ หนึ่งเม็ด จึงให้ แคลเซียมแอลทรีโอเนต สูงถึง 1000 mg และ วิตามิน ดีสาม สูงถึง 52.5 IU จึงมั่นใจได้ว่าร่างกายจะได้รับประโยชน์ จากการบริโภคอย่างเต็มที่
Source:
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4010217
https://link.springer.com/article/10.1023/B:JRNC.0000020902.83902.64
Written by Dr.Matee Phakawech
Medical License Nubmer 41601
