ซิฟิลิสในประเทศไทย: ตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม
ปี 2566 กรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า มีผู้ป่วยซิฟิลิสถึง 18,000 คนทั่วประเทศ เพิ่มจากปีก่อน ๆ หลายเท่า โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุด!
ปี 2564: ประมาณ 7,800 ราย
ปี 2565: เพิ่มเป็น 12,000 ราย
ปี 2566: ทะลุหลัก 18,000 รายไปเรียบร้อย
ขอย้ำว่านี่แค่ "ที่รายงาน" นะ ยังไม่รวมคนที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็น!
แหล่งข้อมูล: กรมควบคุมโรค
ซิฟิลิสคืออะไร ทำไมมันถึงน่ากลัว?
ซิฟิลิสเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อว่า Treponema pallidumจริง ๆ แล้วมันเป็นเชื้อที่แพร่กระจายผ่าน "เพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน" เป็นหลัก (จะชายหญิง ชายชาย หญิงหญิง ไม่สำคัญ แค่ไม่ป้องกันก็มีสิทธิ์โดน!)
ยังมีกรณีติดจากแม่สู่ลูกตอนคลอดด้วยนะ และข่าวร้ายคือ แผลของซิฟิลิสช่วงแรก ๆ มักไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่เตือนใด ๆ เลย คนก็เลยชะล่าใจ คิดว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวมันหายเอง" แล้วก็กลายเป็นคนแพร่เชื้อแบบไม่รู้ตัว
สังเกตอาการซิฟิลิสอย่างไรดี?
โรคนี้มันมี 4 ระยะ ที่ต้องจำไว้ให้แม่นเหมือนสูตรคูณแม่ 9 เลยนะ:
1. ระยะที่ 1: แผลซิฟิลิส (Primary syphilis)
แผลจะขึ้นตรงอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก (ขึ้นอยู่กับจุดที่สัมผัส)
ไม่เจ็บ ไม่คัน แต่หน้าตาน่ากลัวนิดนึง (เหมือนรอยกดนิ้วช้ำ ๆ)
แผลจะหายไปเองใน 2-6 สัปดาห์ ถึงหายก็ใช่ว่าหายขาดนะ เชื้อยังอยู่!
2. ระยะที่ 2: ผื่นขึ้นทั่วตัว (Secondary syphilis)
ผื่นที่ขึ้นส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลำตัว
อาจมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต
เป็นระยะที่ติดต่อได้ง่ายมากกกกก (เพราะเชื้อเยอะมาก)
3. ระยะแฝง (Latent syphilis)
ไม่มีอาการใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกายแบบล่องหน
บางคนอยู่เป็นสิบปีโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
4. ระยะที่ 3: ซิฟิลิสขึ้นสมอง-หัวใจ (Tertiary syphilis)
มักเกิดหลังติดเชื้อ 10-30 ปี
เชื้อจะทำลายอวัยวะภายใน เช่น สมอง หัวใจ ตับ กระดูก
ถึงขั้นทำให้ตาบอด เดินไม่ได้ หรือเสียชีวิตได้เลย!
การรักษา: หายได้ถ้ารักษาไว!
ข่าวดีคือ ซิฟิลิสรักษาหายได้ 100% ถ้าเจอตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการฉีดยา Penicillin G หรือในบางรายอาจให้ยา doxycycline ถ้าแพ้เพนิซิลลิน
ยิ่งเริ่มรักษาไว ยิ่งไม่เสี่ยงเข้าสู่ระยะที่ 3 ที่พี่หมอรู้บอกว่า "น่ากลัวจนไม่อยากให้ใครต้องเจอ"
5 ความเข้าใจผิด ที่พาเราติดโรคไม่รู้ตัว
1. แผลหายแล้วคือไม่เป็นอะไรแล้ว
ผิดจ้า! แผลหายไม่ได้แปลว่าเชื้อหาย ยังต้องตรวจและรักษาต่อเนื่องนะ
2. ไม่เจ็บแสดงว่าไม่ติด
ผิดอีก! โรคนี้เป็นตัวอย่างคลาสสิกของคำว่า "ยิ้มอย่างเจ็บ" เพราะไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อ
3. ซิฟิลิสเป็นโรคของคนสำส่อน
อย่าไปตีตราแบบนั้นเลย! ทุกคนมีสิทธิ์เป็น ถ้าไม่มีการป้องกัน
4. ใช้ถุงยางแล้ว ปลอดภัย 100%
ไม่ชัวร์นะ! ถุงยางช่วยลดความเสี่ยง แต่ถ้าแผลอยู่บริเวณอื่นนอกถุงยาง ก็มีโอกาสสัมผัสได้อยู่ดี
5. ตรวจเลือดครั้งเดียวพอ
ยังจ้า! ต้องตรวจหลังสัมผัสเชื้อประมาณ 3-4 สัปดาห์ และอาจต้องตรวจซ้ำภายใน 3 เดือน เพราะร่างกายอาจสร้างภูมิคุ้มกันช้า
พี่หมอรู้แนะวิธีดูแลตัวเองไม่ให้ติดซิฟิลิส
-ใช้ถุงยางอนามัยให้เป็นนิสัย
-มีคู่เพศสัมพันธ์ที่แน่นอน หรือรู้จักประวัติสุขภาพกันดี
-ตรวจเลือดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะถ้ามีพฤติกรรมเสี่ยง
-ถ้าเริ่มมีผื่น แผล หรืออาการแปลก ๆ ไปหาหมอทันที!
อย่าเขินหมอ หมอไม่ดุ แถมช่วยคุณได้!
ข้อคิดส่งท้ายจากพี่หมอรู้
อย่าคิดว่าโรคทางเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องไกลตัว เพราะมันใกล้กว่าที่คิด และบางทีก็ใกล้กว่าคนที่คุณนอนด้วยซะอีก! ถ้ารู้ไว รักษาไว ซิฟิลิสไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย แต่ถ้าปล่อยไว้อาจสายเกินไปจริง ๆ
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ พี่หมอรู้ขอชื่นชมมาก ๆ เลย และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนหรือคนที่คุณรักด้วยนะ เพราะการดูแลตัวเองคือการดูแลสังคมด้วย!
ด้วยรักและห่วงใยจากใจพี่หมอรู้ ❤️
กรมควบคุมโรค: https://ddc.moph.go.th
