เมื่อเกิดน้ำท่วม สายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ อาจได้รับความเสียหาย ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงสู่น้ำ ซึ่งน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าที่ดี หากเราเดินลุยน้ำที่มีไฟรั่วอยู่ ก็มีโอกาสถูกไฟดูดได้โดยไม่รู้ตัว
สถิติการเกิดไฟดูดในประเทศไทย
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 มีรายงานผู้เสียชีวิตจากไฟฟ้าดูดสูงถึง 33% ของจำนวนผู้เสียชีวิตจากภาวะน้ำท่วมทั้งหมด
วิธีสังเกตตำแหน่งที่ไฟฟ้ารั่ว
1.รู้สึกช็อตหรือคันยิบ ๆ ขณะเดินลุยน้ำ อาจเป็นสัญญาณว่ามีกระแสไฟฟ้าอยู่ในน้ำ
2.มีฟองอากาศผุดขึ้น บริเวณน้ำท่วมขัง อาจเกิดจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
3.สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์น้ำตาย อย่างผิดปกติในบริเวณนั้น
4.อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานผิดปกติ เช่น ไฟกระพริบ หรือมีเสียงซ่า
หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณนั้นทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
วิธีช่วยเหลือผู้ที่ถูกไฟดูด
1.ตัดกระแสไฟฟ้า: หากสามารถเข้าถึงเบรกเกอร์หรือสวิตช์ไฟได้ ให้รีบตัดกระแสไฟฟ้าทันที
2.ใช้วัสดุที่ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้า: เช่น ไม้แห้ง หรือพลาสติก เพื่อเขี่ยสายไฟหรือดึงผู้ที่ถูกไฟดูดออกมา
3.ห้ามสัมผัสตัวผู้ถูกไฟดูดโดยตรง: เพราะอาจทำให้เราถูกไฟดูดไปด้วย
4.โทรแจ้งสายด่วน 1669: เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน
5.ปฐมพยาบาลเบื้องต้น: หากผู้ประสบเหตุหมดสติ ไม่หายใจ ให้ทำการผายปอดและนวดหัวใจ (CPR) จนกว่าจะมีการตอบสนอง หรือจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาถึง
หากเราโดนไฟดูด ควรปฏิบัติอย่างไร?
1.พยายามปล่อยมือจากแหล่งไฟฟ้า: หากยังมีสติ
2.ตะโกนขอความช่วยเหลือ: เพื่อให้ผู้อื่นรับรู้และเข้าช่วยเหลือ
3.หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวมาก: เพื่อลดการไหลของกระแสไฟฟ้าผ่านร่างกาย
4.หากสามารถ: พยายามใช้ส่วนอื่นของร่างกายที่มีความต้านทานสูง เช่น หลังมือ หรือข้อศอก เพื่อผลักตัวเองออกจากแหล่งไฟฟ้า
วิธีดูแลบ้านไม่ให้เกิดไฟรั่ว
1.ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (ELCB): เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหล
2.ยกอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ที่สูง: โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม
3.ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟ: ให้อยู่ในสภาพดี ไม่มีการชำรุด
4.ไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่ร่างกายเปียก: หรือขณะยืนบนพื้นที่เปียก
5.ปรึกษาช่างไฟฟ้ามืออาชีพ: เพื่อตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอ
พี่หมอรู้หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายจากไฟดูดในช่วงน้ำท่วม และสามารถป้องกันตนเองและคนรอบข้างได้อย่างปลอดภัยนะครับ!
