วิธีการทำวัคซีน
วัคซีนแต่ละชนิดมีเทคโนโลยีที่ใช้แตกต่างกัน โดยหลักๆ แบ่งออกเป็นประเภทดังนี้:
1.วัคซีนเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) – ใช้เชื้อไวรัสที่ถูกฆ่าให้หมดฤทธิ์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่บางชนิด
2.วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (Live Attenuated Vaccine) – ใช้เชื้อไวรัสที่อ่อนกำลังลง เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่พ่นจมูก
3.วัคซีนชนิดโปรตีนซับยูนิต (Protein Subunit Vaccine) – ใช้โปรตีนจากเชื้อ เช่น วัคซีนโควิด-19 (Novavax)
4.วัคซีนชนิดไวรัสเวกเตอร์ (Viral Vector Vaccine) – ใช้ไวรัสตัวพาหะ เช่น วัคซีนโควิด-19 (AstraZeneca, Sputnik V)
5.วัคซีนชนิด mRNA (mRNA Vaccine) – ใช้รหัสพันธุกรรมของเชื้อ เช่น วัคซีนโควิด-19 (Pfizer, Moderna
เปรียบเทียบวัคซีนสำหรับไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19
| คุณสมบัติ | วัคซีนไข้หวัด | วัคซีนไข้หวัดใหญ่ | วัคซีนโควิด-19 |
|---|---|---|---|
| ชนิดของวัคซีน | ไม่มี | เชื้อตาย / เชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ | mRNA, Viral Vector, โปรตีนซับยูนิต |
| ลดการติดเชื้อ | ไม่มี | ลดได้ประมาณ 40-60% | ลดได้ประมาณ 50-90% |
| ลดการติดเชื้อซ้ำ | ไม่มี | ต้องฉีดทุกปีเพราะไวรัสกลายพันธุ์ | มีผลต่อการลดติดเชื้อซ้ำ แต่ต้องฉีดกระตุ้น |
| ลดความรุนแรงในการเสียชีวิต | ไม่มี | ลดได้มากในกลุ่มเสี่ยง | ลดความรุนแรงและการเสียชีวิตได้มาก |
| ลดภาวะแทรกซ้อน | ไม่มี | ลดอาการปอดบวม | ลดโอกาสเกิด Long COVID |
| วิธีการฉีด | ไม่มีวัคซีน | ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ / พ่นจมูก | ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ |
| ยี่ห้อที่มีในตลาด | ไม่มี | Fluzone, FluMist, Vaxigrip | Pfizer, Moderna, AstraZeneca, Sinovac |
| ความบ่อยในการฉีด | ไม่มี | ฉีดทุกปี | ฉีดกระตุ้นทุก 6 เดือน - 1 ปี (ขึ้นอยู่กับคำแนะนำ) |
ประโยชน์ของการฉีดวัคซีน
1.ช่วยลดโอกาสติดเชื้อและแพร่กระจาย
2.ลดอาการรุนแรงและลดภาวะแทรกซ้อน
3.ลดภาระของระบบสาธารณสุข
4.ป้องกันการระบาดใหญ่ของไวรัสที่กลายพันธุ์
สรุป
วัคซีนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคติดเชื้อ โดยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ควรฉีดทุกปี ส่วนวัคซีนโควิด-19 อาจต้องฉีดกระตุ้นเพื่อรักษาภูมิคุ้มกัน พี่หมอรู้ขอแนะนำให้ทุกคนฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันตัวเองและสังคมครับ!
📌 แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:



