เคสจริง: ผลกระทบจากการไม่ใส่เครื่องป้องกันเสียง
มาฟังเรื่องของพี่ตู่ (ชื่อสมมติ) กันครับ พี่ตู่ทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งที่มีเสียงเครื่องจักรดังตลอดทั้งวัน ทั้งวันพี่เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังมาก พี่ตู่เองคิดว่าใส่เครื่องป้องกันเสียงมันอึดอัดและไม่สะดวกเท่าไหร่ เลยปล่อยปละละเลยไปหลายปี จนวันหนึ่งพี่ตู่เริ่มรู้สึกว่าได้ยินเสียงบางเสียงไม่ชัดเจนเหมือนเดิม ปรากฏว่าพอไปตรวจสุขภาพก็พบว่ามีปัญหาหูตึงจากการไม่ใส่เครื่องป้องกันเสียง พี่เขาต้องใช้เครื่องช่วยฟังและต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างมาก การสูญเสียการได้ยินจากภาวะดังกล่าวเรียกว่าNIHL (Noise Induced Hearing Loss) เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง และมันเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก
NIHL
การทำงานในที่ที่มีเสียงดัง เช่น โรงงานที่มีเครื่องจักรหนัก ไม่เพียงแต่ทำให้เราอาจจะรู้สึกรำคาญ แต่ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพหูของเราในระยะยาว เสียงที่ดังเกินไปอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ขนในหู ซึ่งเป็นเซลล์ที่สำคัญในการรับเสียง ถ้าเซลล์เหล่านี้เสียหายแล้ว การได้ยินของเราจะลดลงไปเรื่อยๆ และอาจจะเป็นถาวร เรียกว่า NIHL
ในประเทศไทยเองก็มีงานวิจัยที่ศึกษาผลกระทบระยะยาวจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง งานวิจัยหนึ่งที่จัดทำโดย สถาบันสุขภาพอุตสาหกรรม พบว่าผู้ที่ทำงานในโรงงานที่มีเสียงดังเกิน 85 dB และไม่ใส่เครื่องป้องกันเสียง มีโอกาสสูงที่จะเกิดปัญหาการเสื่อมสภาพของเส้นประสาทหู และเกิดความผิดปกติทางการได้ยินในระยะยาว ผลการวิจัยยังพบว่าอาการหูตึงจากเสียงดังเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ทำงานที่มีประสบการณ์ทำงานในสภาพแวดล้อมเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานาน
เครื่องป้องกันเสียง
การใส่เครื่องป้องกันเสียงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องหูของเรา งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการใช้เครื่องป้องกันเสียงที่มีคุณภาพสามารถลดระดับเสียงที่เข้าสู่หูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยที่ 1: งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Occupational Health ปี 2018 พบว่าการใช้หูฟังป้องกันเสียงแบบที่มีระดับลดเสียง 25-30 dB สามารถลดอัตราการเกิดความเสียหายทางการได้ยินได้ถึง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ใช้เครื่องป้องกันเสียง
งานวิจัยที่ 2: งานวิจัยใน International Journal of Audiology ปี 2020 พบว่าการใช้เครื่องป้องกันเสียงแบบปลอกหูและหูฟังร่วมกัน สามารถลดความเสี่ยงของการสูญเสียการได้ยินในโรงงานที่มีเสียงดังมากๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ
วิธีการดูแลตัวเองเมื่อทำงานในโรงงานที่มีเสียงดัง
1.ใส่เครื่องป้องกันเสียงอย่างสม่ำเสมอ
ควรใส่เครื่องป้องกันเสียงทุกครั้งที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เช่น หูฟังป้องกันเสียงหรือปลอกหูป้องกันเสียง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องป้องกันเสียงที่ใช้มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับระดับเสียงในที่ทำงาน
2.พักหูเป็นระยะ
หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานาน หาเวลาพักในพื้นที่ที่เงียบ เพื่อให้หูของเรามีโอกาสฟื้นฟู
3.ลดระดับเสียงในพื้นที่ทำงาน
หากเป็นไปได้ ปรับลดระดับเสียงในพื้นที่ทำงาน เช่น การใช้วัสดุดูดซับเสียง หรือการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้เสียงเบาลง
4.ตรวจสุขภาพหูเป็นประจำ
ควรมีการตรวจสุขภาพหูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินสถานะของการได้ยินและตรวจหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะสายเกินไป
5.ใช้เทคนิคการสื่อสารที่ไม่พึ่งพาการได้ยิน
ในที่ที่เสียงดัง ใช้การสื่อสารด้วยการเขียน หรือใช้สัญญาณมือ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการได้ยิน
สรุป
การทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเป็นความท้าทายที่สำคัญ การดูแลตัวเองโดยการใช้เครื่องป้องกันเสียงอย่างสม่ำเสมอ การพักหู การตรวจสุขภาพหู และการลดระดับเสียงในที่ทำงานเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ สิ่งเหล่านี้จะช่วยปกป้องหูของเราและรักษาสุขภาพหูให้ดีในระยะยาว อย่าลืมนะครับว่า การดูแลตัวเองคือการลงทุนที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของเรา
Source:
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7511084/
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0011502913000217
Written by Dr.Matee Phakawech
Medical License Nubmer 41601

