Morru
หน้าแรก
แพ็คเกจและราคา
ฟีเจอร์
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
สำหรับบุคคลทั่วไป→
THAENG
˄ เลื่อนขึ้น
เลื่อนลง ˅
เข้าสู่ระบบ||THAENG
Morru
หน้าแรก
แพ็คเกจและราคา
ฟีเจอร์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
สำหรับบุคคลทั่วไป→
  1. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  1. หน้าแรก›
  2. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  3. ภาวะสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง NIHL

ภาวะสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง NIHL

10 ก.ย. 67 (00:00 น.)แชร์แชร์บทความ

สวัสดีเพื่อนๆ ครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่จริงๆ แล้วมันสำคัญมากๆ เลย นั่นก็คือการดูแลตัวเองเมื่อต้องทำงานในโรงงานที่มีเสียงดัง ใครที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงเครื่องจักรดังๆ อย่ามองข้ามเรื่องนี้ไป เพราะมันมีผลกระทบต่อสุขภาพหูของเราในระยะยาวได้ วันนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการดูแลตัวเอง พร้อมยกตัวอย่างเคสจริงและงานวิจัยที่น่าสนใจ

ภาวะสูญเสียการได้ยินจากเสียงดัง NIHL

 

เคสจริง: ผลกระทบจากการไม่ใส่เครื่องป้องกันเสียง

มาฟังเรื่องของพี่ตู่ (ชื่อสมมติ) กันครับ พี่ตู่ทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งที่มีเสียงเครื่องจักรดังตลอดทั้งวัน ทั้งวันพี่เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังมาก พี่ตู่เองคิดว่าใส่เครื่องป้องกันเสียงมันอึดอัดและไม่สะดวกเท่าไหร่ เลยปล่อยปละละเลยไปหลายปี จนวันหนึ่งพี่ตู่เริ่มรู้สึกว่าได้ยินเสียงบางเสียงไม่ชัดเจนเหมือนเดิม ปรากฏว่าพอไปตรวจสุขภาพก็พบว่ามีปัญหาหูตึงจากการไม่ใส่เครื่องป้องกันเสียง พี่เขาต้องใช้เครื่องช่วยฟังและต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างมาก การสูญเสียการได้ยินจากภาวะดังกล่าวเรียกว่าNIHL (Noise Induced Hearing Loss) เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง และมันเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก

 

NIHL

การทำงานในที่ที่มีเสียงดัง เช่น โรงงานที่มีเครื่องจักรหนัก ไม่เพียงแต่ทำให้เราอาจจะรู้สึกรำคาญ แต่ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพหูของเราในระยะยาว เสียงที่ดังเกินไปอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ขนในหู ซึ่งเป็นเซลล์ที่สำคัญในการรับเสียง ถ้าเซลล์เหล่านี้เสียหายแล้ว การได้ยินของเราจะลดลงไปเรื่อยๆ และอาจจะเป็นถาวร เรียกว่า NIHL 

ในประเทศไทยเองก็มีงานวิจัยที่ศึกษาผลกระทบระยะยาวจากการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง งานวิจัยหนึ่งที่จัดทำโดย สถาบันสุขภาพอุตสาหกรรม พบว่าผู้ที่ทำงานในโรงงานที่มีเสียงดังเกิน 85 dB และไม่ใส่เครื่องป้องกันเสียง มีโอกาสสูงที่จะเกิดปัญหาการเสื่อมสภาพของเส้นประสาทหู และเกิดความผิดปกติทางการได้ยินในระยะยาว ผลการวิจัยยังพบว่าอาการหูตึงจากเสียงดังเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ทำงานที่มีประสบการณ์ทำงานในสภาพแวดล้อมเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานาน

 

เครื่องป้องกันเสียง

การใส่เครื่องป้องกันเสียงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องหูของเรา งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการใช้เครื่องป้องกันเสียงที่มีคุณภาพสามารถลดระดับเสียงที่เข้าสู่หูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยที่ 1: งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Occupational Health ปี 2018 พบว่าการใช้หูฟังป้องกันเสียงแบบที่มีระดับลดเสียง 25-30 dB สามารถลดอัตราการเกิดความเสียหายทางการได้ยินได้ถึง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ใช้เครื่องป้องกันเสียง

งานวิจัยที่ 2: งานวิจัยใน International Journal of Audiology ปี 2020 พบว่าการใช้เครื่องป้องกันเสียงแบบปลอกหูและหูฟังร่วมกัน สามารถลดความเสี่ยงของการสูญเสียการได้ยินในโรงงานที่มีเสียงดังมากๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

วิธีการดูแลตัวเองเมื่อทำงานในโรงงานที่มีเสียงดัง

1.ใส่เครื่องป้องกันเสียงอย่างสม่ำเสมอ
ควรใส่เครื่องป้องกันเสียงทุกครั้งที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เช่น หูฟังป้องกันเสียงหรือปลอกหูป้องกันเสียง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องป้องกันเสียงที่ใช้มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับระดับเสียงในที่ทำงาน

2.พักหูเป็นระยะ
หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเสียงดังติดต่อกันเป็นเวลานาน หาเวลาพักในพื้นที่ที่เงียบ เพื่อให้หูของเรามีโอกาสฟื้นฟู

3.ลดระดับเสียงในพื้นที่ทำงาน
หากเป็นไปได้ ปรับลดระดับเสียงในพื้นที่ทำงาน เช่น การใช้วัสดุดูดซับเสียง หรือการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้เสียงเบาลง

4.ตรวจสุขภาพหูเป็นประจำ
ควรมีการตรวจสุขภาพหูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินสถานะของการได้ยินและตรวจหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะสายเกินไป

5.ใช้เทคนิคการสื่อสารที่ไม่พึ่งพาการได้ยิน
ในที่ที่เสียงดัง ใช้การสื่อสารด้วยการเขียน หรือใช้สัญญาณมือ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการได้ยิน

 

สรุป

การทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังเป็นความท้าทายที่สำคัญ การดูแลตัวเองโดยการใช้เครื่องป้องกันเสียงอย่างสม่ำเสมอ การพักหู การตรวจสุขภาพหู และการลดระดับเสียงในที่ทำงานเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ สิ่งเหล่านี้จะช่วยปกป้องหูของเราและรักษาสุขภาพหูให้ดีในระยะยาว อย่าลืมนะครับว่า การดูแลตัวเองคือการลงทุนที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของเรา

 

 

Source:

https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7511084/

 

https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0011502913000217

 

Written by Dr.Matee Phakawech

Medical License Nubmer 41601

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

เจาะลึก 10 สัญญาณเตือนภาวะสมองเสื่อม (Dementia) สังเกตความต่างระหว่างลืมตามวัยกับโรคอัลไซเมอร์ พร้อมแนวทางตรวจประเมินและการป้องกัน

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมักคิดว่าอาการขาลีบ เดินช้าลง หรือหกล้มบ่อยขึ้น เป็นเรื่องธรรมชาติของความชรา แต่ในทางเวชศาสตร์ชะลอวัยและชีววิทยาระบบเกรดสูง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) ภัยเงียบที่ไม่เพียงแต่ทำให้การเคลื่อนไหวแย่ลง แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ ความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้สูงอายุอย่างมหาศาล

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ในยุคที่สังคมขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ความเครียดเรื้อรังจากการทำงานส่งผลให้เกิดภาวะ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้เป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพ (Occupational Phenomenon) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

  • •หน้าแรก
  • •แพ็คเกจและราคา
  • •ฟีเจอร์
  • •ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
  • •กิจกรรมและโปรโมชั่น
  • •ติดต่อเรา
  • •ข้อกำหนดการใช้งาน
  • •นโยบายความเป็นส่วนตัว
Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้าแรก
แพ็คเกจและราคา
ฟีเจอร์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • • สาระสุขภาพ
  • • คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา

2026 © All Rights Reserved

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัว