Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
สำหรับองค์กร→
THAENG
˄ เลื่อนขึ้น
เลื่อนลง ˅
เข้าสู่ระบบ||THAENG
Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
โซลูชั่นด้านสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
สำหรับองค์กร→
  1. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  1. หน้าแรก›
  2. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  3. นอนกรนทำไมไม่ตื่นเพราะเสียงตัวเอง? หมอไขคำตอบ พร้อมสัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม

นอนกรนทำไมไม่ตื่นเพราะเสียงตัวเอง? หมอไขคำตอบ พร้อมสัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม

9 ก.ค. 69 (00:00 น.)แชร์แชร์บทความ

ไขคำตอบทางการแพทย์ ทำไมคนนอนกรนไม่ตื่นเพราะเสียงตัวเอง? รู้จักกลไกสมองส่วนทาลามัส สัญญาณอันตราย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ พร้อมวิธีลดกรนและสิทธิประกันสังคม

นอนกรนทำไมไม่ตื่นเพราะเสียงตัวเอง? หมอไขคำตอบ พร้อมสัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม

"เสียงกรนที่คุณไม่ได้ยิน อาจดังพอที่จะปลุกคนข้างเตียง แต่เงียบพอที่จะทำร้ายหัวใจคุณทุกคืน"

 

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเสียงกรนของตัวเองดังจนคนข้างเคียงหลับไม่ลง แต่เรากลับนอนหลับสบายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ทั้งที่ถ้าเป็นเสียงกรนของคนอื่น เราอาจสะดุ้งตื่นกลางดึกได้ทันที

คำตอบไม่ได้อยู่ที่หู แต่อยู่ที่ “สมอง” และเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ยังซ่อนสัญญาณสุขภาพบางอย่างที่หลายคนมองข้ามไป บทความนี้หมอจะพาไปเข้าใจตั้งแต่กลไกของสมอง ไปจนถึงความเสี่ยงที่แท้จริงและวิธีดูแลตัวเอง

 

 

ทำไมคนนอนกรนถึงไม่ตื่นเพราะเสียงกรนของตัวเอง?

 

ในทางการแพทย์ ระหว่างที่เราหลับ สมองไม่ได้ "ปิดสวิตช์" การรับรู้ทั้งหมด แต่ยังคงทำงานเฝ้าระวังเสียงรอบตัวอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่สมองมีระบบ คัดกรองเสียง ที่ชาญฉลาด มันจะเลือกตอบสนองเฉพาะเสียงที่ "แปลกใหม่" หรือ "อาจเป็นอันตราย" เท่านั้น

 

เสียงกรนของตัวเองเป็นเสียงที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกคืน สม่ำเสมอ และคุ้นเคย สมองจึงเรียนรู้ว่า "ไม่ใช่ภัยคุกคาม" และเลือกที่จะเพิกเฉย เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนต่อเนื่อง และนี่คือกลไกเดียวกับที่ทำให้เรานอนหลับได้ทั้งที่มีเสียงพัดลม เสียงแอร์ หรือเสียงรถวิ่งนอกบ้าน  

 

ทาลามัส: "ยามเฝ้าประตู" ของสมองที่กรองเสียงให้คุณ

กุญแจสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่สมองส่วนที่เรียกว่า ทาลามัส (Thalamus)

ทาลามัสทำหน้าที่เปรียบเสมือน "ยามเฝ้าประตู" หรือสถานีคัดกรองข้อมูลจากประสาทสัมผัส ก่อนจะส่งต่อไปยังสมองส่วนที่ทำให้เรารู้สึกตัว เมื่อเสียงใดเกิดขึ้นซ้ำๆ และไม่เป็นอันตราย ทาลามัสจะ"กรอง" เสียงนั้นทิ้ง ไม่ส่งสัญญาณปลุกให้เราตื่น พูดง่ายๆ คือ สมองของคุณตัดสินใจแล้วว่า เสียงกรนของตัวเองไม่คุ้มที่จะตื่นขึ้นมาสนใจ

 



 

แล้วทำไมเสียงกรนของคนอื่นถึงปลุกเราตื่นได้?

 

ตรงกันข้ามกับเสียงกรนของตัวเอง เสียงกรนของคนอื่นมีลักษณะ ไม่สม่ำเสมอและคาดเดายาก ทั้งจังหวะ ความดัง และรูปแบบ สมองของเรายังไม่คุ้นเคยกับเสียงนั้น จึงประเมินว่าเป็น "สิ่งใหม่ที่ควรให้ความสนใจ" ระบบเฝ้าระวังจึงทำงานทันที ส่งผลให้เราหลับไม่สนิทหรือสะดุ้งตื่นได้ง่ายกว่ามาก

นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงหลับสบายกับเสียงกรนของตัวเอง แต่กลับทนเสียงกรนของคู่นอนแทบไม่ไหว

 

งานวิจัยเผย: คนนอนกรนอาจ "ตื่น" หลายครั้งต่อคืนโดยไม่รู้ตัว

ที่น่าสนใจคือ การที่คุณ "ไม่รู้สึกตัวว่าตื่น" ไม่ได้แปลว่าการนอนของคุณมีคุณภาพ

ผลการศึกษาในปี 2022 พบว่า ผู้ที่นอนกรนมักรับรู้ว่าตนเองตื่นขึ้นมาจากการกรนราว 4–5 ครั้งต่อคืน แต่ในความเป็นจริง อาจเกิดการสะดุ้งตื่นสั้นๆ (micro-arousals) มากกว่านั้นหลายเท่าโดยไม่รู้ตัว

โดยเฉพาะผู้ที่มี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ที่มักมีอาการกรนรุนแรง อาจเกิดการตื่นตัวสั้นๆ หลายสิบหรือหลายร้อยครั้งตลอดคืน สมองแทบไม่ได้เข้าสู่ช่วงหลับลึกอย่างแท้จริง ผลก็คือ ตื่นเช้ามาแล้วยังรู้สึกเพลีย ไม่สดชื่น ทั้งที่นอนครบ 8 ชั่วโมง

คุณอาจ "นอนนาน" แต่ไม่ได้ "นอนพอ" เพราะคุณภาพการนอนสำคัญกว่าจำนวนชั่วโมง

 

ตื่นมาเจ็บคอทุกเช้า สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

หลายคนตื่นมาพร้อมอาการเจ็บคอหรือคอแห้งเป็นประจำ แล้วคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่อาการนี้อาจเป็นสัญญาณของหลายภาวะ ได้แก่

  • นอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ : การหายใจทางปากตลอดคืนทำให้คอแห้งและระคายเคือง
  • กรดไหลย้อน : มักมีอาการแสบร้อนกลางอกร่วมด้วย
  • ภูมิแพ้อากาศ : มีน้ำมูกไหลลงคอ คัดจมูก
  • ไข้หวัด : มักมีไข้หรืออาการอื่นร่วม

 

หากเจ็บคอตอนเช้าเรื้อรังหรือเป็นบ่อย โดยเฉพาะเมื่อมีอาการกรนร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยผ่าน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

 

การนอนกรนส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร?

 

หลายคนมองว่าการกรนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือแม้แต่เป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ในทางการแพทย์ การกรนที่รุนแรงและเรื้อรัง โดยเฉพาะเมื่อมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย เชื่อมโยงกับความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายด้าน ได้แก่

  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • โรคเบาหวาน
  • อาการง่วงนอนผิดปกติระหว่างวัน (เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ)
  • คุณภาพการนอนและคุณภาพชีวิตโดยรวมลดลง

การกรนไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจคนข้างเตียง แต่คือ "เสียงเตือน" จากร่างกายที่หัวใจและสมองอาจกำลังทำงานหนักเกินไปทุกคืน

 

วิธีลดอาการนอนกรนเบื้องต้น ทำได้เองที่บ้าน

 

แพทย์ด้านเวชศาสตร์การนอนหลับแนะนำว่า การปรับพฤติกรรมบางอย่างสามารถช่วยลดอาการกรนได้ ดังนี้

  • นอนตะแคงแทนการนอนหงาย : ช่วยลดการอุดกั้นทางเดินหายใจ
  • ยกศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อย : เปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม : ลดไขมันบริเวณลำคอที่กดทับทางเดินหายใจ
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน : เพราะทำให้กล้ามเนื้อคอคลายตัวมากเกินไป
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : ความอ่อนล้าสะสมทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนตัว

 

หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น มีอาการกรนดังเป็นประจำ ร่วมกับง่วงมากผิดปกติในตอนกลางวัน หรือมีคนสังเกตว่าคุณ "หยุดหายใจ" ขณะหลับ นั่นคือสัญญาณที่ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

 

นอนกรนกับสิทธิประกันสังคม เบิกได้แล้ววันนี้

 

ข่าวดีสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ปัจจุบันการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) สามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้แล้ว ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่เข้าเกณฑ์ สามารถใช้สิทธิตรวจการนอนหลับเพื่อวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ โดยประกันสังคมครอบคลุม

 

  • ค่าตรวจการนอนหลับ สูงสุด 7,000 บาท
  • ค่าเครื่อง CPAP (เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก) สูงสุด 20,000 บาท

 

หมายเหตุ: เงื่อนไขและสิทธิอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมหรือสถานพยาบาลที่เข้ารับบริการ

 

อย่าปล่อยให้เสียงที่คุณไม่ได้ยิน มาทำร้ายสุขภาพ

 

สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่ตื่นเพราะเสียงกรนของตัวเอง เกิดจากสมอง โดยเฉพาะทาลามัส เรียนรู้และคัดกรองเสียงที่คุ้นเคยออกไป เพื่อรักษาการนอนหลับให้ต่อเนื่อง

แต่การที่เรา "ไม่รู้สึกตัว" ไม่ได้แปลว่าการนอนกรนนั้นไม่มีผลกระทบ ในทางกลับกัน มันอาจรบกวนคุณภาพการนอนอย่างเงียบๆ และเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่เชื่อมโยงกับโรคร้ายแรงหลายชนิด

หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการกรนดังเรื้อรัง ตื่นมาไม่สดชื่น หรือมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณที่รุนแรงกว่านี้ การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคือการลงทุนเพื่อการนอนหลับที่มีคุณภาพและสุขภาพที่ดีในระยะยาว

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

สารความรู้สุขภาพผู้สูงอายุ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย Sarcopenia ภัยเงียบที่ผู้สูงอายุต้องรู้

สารความรู้สุขภาพผู้สูงอายุ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย Sarcopenia ภัยเงียบที่ผู้สูงอายุต้องรู้

กล้ามเนื้อที่ลดลงตามวัยไม่ใช่เรื่องปกติที่ต้องยอมรับ แต่เป็นภาวะที่ป้องกันและชะลอได้ หากรู้ทันตั้งแต่เนิ่นๆ พบผู้เชี่ยวชาญพร้อมคำตอบว่า Sarcopenia คืออะไร สังเกตได้อย่างไร และต้องดูแลตัวเองหรือผู้สูงอายุในบ้านอย่างไรให้ถูกวิธี

ภัยเงียบพ่นควัน : บุหรี่ไฟฟ้า อันตรายล็อกเป้า ทำลายสมองเด็กและเยาวชนระยะยาว

ภัยเงียบพ่นควัน : บุหรี่ไฟฟ้า อันตรายล็อกเป้า ทำลายสมองเด็กและเยาวชนระยะยาว

เจาะลึกภัยเงียบจากบุหรี่ไฟฟ้า สารนิโคตินทำลายสมองเด็กและเยาวชนอย่างไร ส่งผลต่อความจำ อารมณ์ซึมเศร้า และการเรียนรู้ พร้อมแนวทางป้องกันจาก สสส. และแอปหมอรู้ (MORRU)

เจาะลึกเชื้อ HPV สายพันธุ์รุนแรง ติดแล้วรักษาหายไหม? วิธีป้องกันตัวเองให้ไกลมะเร็งร้าย

เจาะลึกเชื้อ HPV สายพันธุ์รุนแรง ติดแล้วรักษาหายไหม? วิธีป้องกันตัวเองให้ไกลมะเร็งร้าย

HPV (Human Papillomavirus) ไวรัสวายร้ายที่ไม่ได้ส่งผลเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับทุกคน ซึ่งหลายคนอาจมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับวิธีติดเชื้อและการรักษา ซึ่งกระแสโลกกำลังให้ความสำคัญกับไวรัสชนิดนี้ในฐานะสาเหตุหลักของโรคมะเร็งหลายชนิด ซึ่งเราจะมาสรุปข้อมูลที่จำเป็นเพื่อเป็นประโยชน์และสิ่งที่คุณควรรู้

  • •หน้าแรก
  • •รู้จัก Morru
  • •โซลูชันสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
  • •ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
  • •กิจกรรมและโปรโมชั่น
  • •ติดต่อเรา
  • •ข้อกำหนดการใช้งาน
  • •นโยบายความเป็นส่วนตัว
Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้าแรก
รู้จัก Morru
โซลูชันสุขภาพ
  • • บุคคลทั่วไป
  • • บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • • สาระสุขภาพ
  • • คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา

2026 © All Rights Reserved

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัว