Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
สำหรับองค์กร→
THAENG
˄ เลื่อนขึ้น
เลื่อนลง ˅
เข้าสู่ระบบ||THAENG
Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
โซลูชั่นด้านสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
สำหรับองค์กร→
  1. สาระสุขภาพ›
  1. หน้าแรก›
  2. ศูนย์ข้อมูลและสาระ›
  3. สาระสุขภาพ›
  4. "ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว" จริงหรือแค่ความเชื่อ?

"ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว" จริงหรือแค่ความเชื่อ?

15 ก.ค. 69 (00:00 น.)แชร์แชร์บทความ

เราได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กว่า "ต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว" จนกลายเป็นกฎเหล็กที่หลายคนพยายามทำตามแบบเป๊ะๆ บางคนถึงกับตั้งนาฬิกาเตือนให้ดื่มน้ำ แต่ความจริงแล้วตัวเลข 8 แก้วนี้มาจากไหน และร่างกายเราต้องการน้ำเท่านั้นจริงหรือ? วันนี้เราจะมาไขความเชื่อนี้กัน

"ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว" จริงหรือแค่ความเชื่อ?

ความจริงคือ ตัวเลข "8 แก้ว" ไม่ได้มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าเป็นปริมาณตายตัวที่ทุกคนต้องดื่ม ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งน้ำหนักตัว กิจกรรมในแต่ละวัน สภาพอากาศ และสุขภาพของแต่ละคน คนที่ออกกำลังกายหนักหรืออยู่กลางแดดย่อมต้องการน้ำมากกว่าคนที่นั่งทำงานในห้องแอร์

 

ที่สำคัญ น้ำที่ร่างกายได้รับไม่ได้มาจากการดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากอาหารที่เรากินด้วย เช่น ผัก ผลไม้ ซุป และเครื่องดื่มอื่นๆ ผลไม้อย่างแตงโมหรือส้ม มีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 90%

 

วิธีสังเกตง่ายๆ ว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ ไม่ใช่การนับแก้ว แต่ให้ดูที่ "สีปัสสาวะ" ถ้าปัสสาวะมีสีเหลืองอ่อนใส แสดงว่าได้รับน้ำเพียงพอ แต่ถ้าสีเข้มคล้ายชา แสดงว่าร่างกายเริ่มขาดน้ำแล้ว อีกสัญญาณคือความรู้สึกกระหาย ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายบอกเราว่าถึงเวลาต้องเติมน้ำ

อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำมากเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน ในกรณีที่รุนแรงมาก การดื่มน้ำปริมาณมหาศาลในเวลาสั้นๆ อาจทำให้เกลือแร่ในเลือดเจือจางจนเป็นอันตรายได้ แต่กรณีนี้พบได้ยากมากในคนทั่วไป

 

สรุปคือ ไม่ต้องเครียดกับการนับให้ครบ 8 แก้ว แต่ควรดื่มน้ำเมื่อรู้สึกกระหาย และสังเกตสีปัสสาวะเป็นตัวชี้วัด กินผักผลไม้ที่มีน้ำมากควบคู่ไปด้วย เท่านี้ร่างกายก็ได้รับน้ำเพียงพอแล้ว ควรฟังร่างกายตัวเองดีกว่าฟังตัวเลขที่ไม่มีที่มา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมักคิดว่าอาการขาลีบ เดินช้าลง หรือหกล้มบ่อยขึ้น เป็นเรื่องธรรมชาติของความชรา แต่ในทางเวชศาสตร์ชะลอวัยและชีววิทยาระบบเกรดสูง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) ภัยเงียบที่ไม่เพียงแต่ทำให้การเคลื่อนไหวแย่ลง แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ ความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้สูงอายุอย่างมหาศาล

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ในยุคที่สังคมขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ความเครียดเรื้อรังจากการทำงานส่งผลให้เกิดภาวะ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้เป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพ (Occupational Phenomenon) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

"ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ควรพักหรือไปต่อ? พร้อมวิธีฟื้นฟูให้หายไวที่สุด"

"ปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ควรพักหรือไปต่อ? พร้อมวิธีฟื้นฟูให้หายไวที่สุด"

หลายคนเคยมีอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย โดยเฉพาะเมื่อเริ่มออกกำลังกายครั้งแรก หรือเพิ่มความหนักของการฝึก อาการนี้เรียกว่า Delayed Onset Muscle Soreness (DOMS) ซึ่งมักเกิดหลังออกกำลังกายประมาณ 12–24 ชั่วโมง และปวดมากที่สุดในช่วง 24–72 ชั่วโมง

  • •หน้าแรก
  • •รู้จัก Morru
  • •โซลูชันสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
  • •ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
  • •กิจกรรมและโปรโมชั่น
  • •ติดต่อเรา
  • •ข้อกำหนดการใช้งาน
  • •นโยบายความเป็นส่วนตัว
Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้าแรก
รู้จัก Morru
โซลูชันสุขภาพ
  • • บุคคลทั่วไป
  • • บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • • สาระสุขภาพ
  • • คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา

2026 © All Rights Reserved

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัว