สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ โรคหวัดส่วนใหญ่เกิดจาก "ไวรัส" ไม่ใช่ "แบคทีเรีย" ในขณะที่ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ (Antibiotics) ออกฤทธิ์ฆ่าเฉพาะแบคทีเรียเท่านั้น ไม่มีผลใดๆ ต่อไวรัส พูดง่ายๆ คือ กินไปก็ไม่ได้ช่วยให้หายหวัดเร็วขึ้นแม้แต่น้อย
หวัดจากไวรัสจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน ด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย สิ่งที่ช่วยได้จริงคือการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ไอ
แล้วทำไมการกินยาฆ่าเชื้อพร่ำเพรื่อถึงอันตราย? เพราะมันทำให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า "เชื้อดื้อยา" (Antibiotic Resistance) เมื่อเราใช้ยาฆ่าเชื้อบ่อยเกินความจำเป็น แบคทีเรียในร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัวจนยาเอาไม่อยู่ ผลคือวันหนึ่งที่เราป่วยหนักและจำเป็นต้องใช้ยาจริงๆ ยาอาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป องค์การอนามัยโลกจัดให้เชื้อดื้อยาเป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านสุขภาพที่ร้ายแรงที่สุดของโลก
นอกจากนี้ การกินยาฆ่าเชื้อยังทำลายแบคทีเรียดีในลำไส้ ทำให้บางคนมีอาการท้องเสียตามมา
เมื่อไหร่ถึงควรใช้ยาฆ่าเชื้อ?
คำตอบ คือ เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียจริง เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบเป็นหนอง หรือไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา ไม่ใช่ซื้อกินเอง
จำไว้ว่า หวัดทั่วไปไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ เพราะเกิดจากไวรัสที่ยาชนิดนี้เอาไม่อยู่ การกินยาพร่ำเพรื่อมีแต่โทษ ทั้งเชื้อดื้อยาและทำลายลำไส้ ทางที่ดีที่สุดคือควรพักผ่อน ดื่มน้ำ และถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ค่อยไปพบแพทย์ อย่าเป็นหมอให้ตัวเองด้วยการซื้อยาฆ่าเชื้อมากินเอง
