Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
สำหรับองค์กร→
THAENG
˄ เลื่อนขึ้น
เลื่อนลง ˅
เข้าสู่ระบบ||THAENG
Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
โซลูชั่นด้านสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
สำหรับองค์กร→
  1. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  1. หน้าแรก›
  2. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  3. ทำไมต้องตรวจมวลกระดูก

ทำไมต้องตรวจมวลกระดูก

15 ต.ค. 67 (00:00 น.)แชร์แชร์บทความ

ภาวะกระดูกบาง (Osteopenia) และภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นภาวะที่มวลกระดูกลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างกระดูกอ่อนแอและเปราะบางมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่ายขึ้น

ทำไมต้องตรวจมวลกระดูก

กระดูกเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายมนุษย์คงรูปและเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว โดยทั่วไปแล้ว ร่างกายของเราจะมีการสร้างและสะสมมวลกระดูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยหนุ่มสาว โดยการสะสมนี้จะสูงสุดที่อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มวลกระดูกมีความหนาแน่นสูงสุด หลังจากนั้นกระบวนการสร้างมวลกระดูกจะลดลงและเข้าสู่ระยะคงที่ จากนั้นค่อยๆ เสื่อมสภาพตามอายุ โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนและผู้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไป มวลกระดูกจะลดลงเร็วกว่าช่วงอื่นๆ

 

ภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุน
ภาวะกระดูกบาง (Osteopenia) และภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นภาวะที่มวลกระดูกลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างกระดูกอ่อนแอและเปราะบางมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่ายขึ้น แม้เพียงจากการบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น การลื่นล้ม หรือการกระแทกเพียงเล็กน้อย ผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุนมักไม่มีอาการปวดหรืออาการแสดงใดๆ จนกว่าจะเกิดกระดูกหักหรือกระดูกทรุด ทำให้บางครั้งการตรวจพบภาวะนี้เป็นไปได้ยากหากไม่ตรวจสุขภาพกระดูกเป็นประจำ

 

กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน
กลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มเกิดภาวะกระดูกพรุน ได้แก่:
1. ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน – เมื่อหมดประจำเดือน ร่างกายจะมีการลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญในการรักษามวลกระดูก การลดลงของเอสโตรเจนทำให้มวลกระดูกลดลงอย่างรวดเร็ว
2. ผู้ชายอายุมากกว่า 60 ปี – แม้ว่าผู้ชายจะมีความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนต่ำกว่าผู้หญิง แต่ผู้ชายที่อายุมากขึ้นก็จะมีการลดลงของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาความแข็งแรงของกระดูกเช่นกัน
3. คนที่ขาดสารอาหารและแคลเซียม – การขาดแคลเซียมและวิตามินดีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระดูกเสื่อมเร็ว
4. คนที่มีประวัติครอบครัว – หากครอบครัวมีประวัติของภาวะกระดูกพรุนหรือกระดูกหักง่าย คนในครอบครัวเดียวกันก็มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดภาวะนี้เช่นกัน

 

การตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน
เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกหักหรือทรุดจากภาวะกระดูกพรุน การตรวจคัดกรองเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยแพทย์แนะนำให้เริ่มตรวจมวลกระดูกในกลุ่มดังต่อไปนี้:
- ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และ ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป : การตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก หรือที่เรียกว่า Bone Mineral Density (BMD) เป็นการตรวจที่ใช้เพื่อประเมินความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุน ซึ่งสามารถทำได้ง่ายและไม่เจ็บปวด การตรวจนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยระบุความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักและช่วยให้แพทย์สามารถตัดสินใจว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยารักษาภาวะกระดูกพรุนหรือไม่
- ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น มีประวัติกระดูกหักในครอบครัว หรือมีภาวะขาดแคลเซียมและวิตามินดีเป็นเวลานาน ควรพิจารณาตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกในช่วงอายุก่อนหน้านั้นตามคำแนะนำของแพทย์

 

ภาวะกระดูกสันหลังทรุดจากกระดูกพรุน
หากผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุนไม่ได้รับการรักษาและเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้มที่ก้นกระแทก หรือแม้แต่แรงกระแทกเล็กน้อย อาจทำให้กระดูกสันหลังทรุดได้ ซึ่งส่งผลให้มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงและขยับตัวลำบาก ในบางกรณี การหกล้มอาจทำให้เกิดการแตกหักในบริเวณอื่นๆ ของร่างกาย เช่น กระดูกสะโพกหรือข้อมือหัก ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เช่น การผ่าตัดเพื่อเชื่อมกระดูก หรือการฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด

 

การรักษาภาวะกระดูกพรุน
การรักษาภาวะกระดูกพรุนมักใช้ยาที่ช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูกและกระตุ้นการสร้างมวลกระดูกใหม่ เช่น:
- บิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonates): เป็นยาที่ช่วยชะลอการสลายของกระดูกและลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหัก
- แคลเซียมและวิตามินดีเสริม: เพื่อเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูก
- ฮอร์โมนทดแทน: ในบางกรณีการใช้ฮอร์โมนทดแทนอาจช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูกในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
- การออกกำลังกาย: เช่น การออกกำลังกายที่มีการรับน้ำหนัก (weight-bearing exercise) เช่น การเดิน การวิ่งเบาๆ หรือการยกน้ำหนัก เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ

 

ความสำคัญของการป้องกันและการรักษาที่ทันท่วงที
การตรวจคัดกรองและการรักษาภาวะกระดูกพรุนอย่างทันท่วงทีสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักและการบาดเจ็บรุนแรงได้ ยาที่เหมาะสมช่วยชะลอการเสื่อมของกระดูกและเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูก เมื่อรักษาและป้องกันอย่างถูกวิธี ผู้ป่วยสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากกระดูกพรุน เช่น กระดูกสันหลังทรุด กระดูกสะโพกหัก หรือกระดูกข้อมือหัก ทำให้สามารถรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีและดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

---

การดูแลกระดูกเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ หากเริ่มตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุที่เหมาะสมและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะสามารถลดความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกทรุดและภาวะกระดูกหักได้อย่างมาก ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยในระยะยาว

 

Written by Dr.Matee Phakawech

Medical License Number 41601

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

เจาะลึก 10 สัญญาณเตือนภาวะสมองเสื่อม (Dementia) สังเกตความต่างระหว่างลืมตามวัยกับโรคอัลไซเมอร์ พร้อมแนวทางตรวจประเมินและการป้องกัน

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมักคิดว่าอาการขาลีบ เดินช้าลง หรือหกล้มบ่อยขึ้น เป็นเรื่องธรรมชาติของความชรา แต่ในทางเวชศาสตร์ชะลอวัยและชีววิทยาระบบเกรดสูง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) ภัยเงียบที่ไม่เพียงแต่ทำให้การเคลื่อนไหวแย่ลง แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ ความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้สูงอายุอย่างมหาศาล

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ในยุคที่สังคมขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ความเครียดเรื้อรังจากการทำงานส่งผลให้เกิดภาวะ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้เป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพ (Occupational Phenomenon) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

  • •หน้าแรก
  • •รู้จัก Morru
  • •โซลูชันสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
  • •ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
  • •กิจกรรมและโปรโมชั่น
  • •ติดต่อเรา
  • •ข้อกำหนดการใช้งาน
  • •นโยบายความเป็นส่วนตัว
Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้าแรก
รู้จัก Morru
โซลูชันสุขภาพ
  • • บุคคลทั่วไป
  • • บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • • สาระสุขภาพ
  • • คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา

2026 © All Rights Reserved

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัว