Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
สำหรับองค์กร→
THAENG
˄ เลื่อนขึ้น
เลื่อนลง ˅
เข้าสู่ระบบ||THAENG
Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
โซลูชั่นด้านสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
สำหรับองค์กร→
  1. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  1. หน้าแรก›
  2. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  3. 5 จุดกด-จุดนวด ที่ต้องระวัง

5 จุดกด-จุดนวด ที่ต้องระวัง

9 ธ.ค. 67 (00:00 น.)แชร์แชร์บทความ

พี่Morru มาเล่าเรื่องการนวดที่หลายคนชอบ แต่รู้หรือเปล่าว่าบางครั้ง "นวด" ก็อาจทำให้เกิดอาการร้ายแรงได้ ถ้านวดผิดจุด ผิดวิธี หรือเจอคนที่ไม่เชี่ยวชาญเข้า อันตรายที่ตามมาอาจทำให้สุขภาพเราพังไปเลย ดังนั้น พี่จะพาไปดู 5 จุดสำคัญที่ควรระวัง พร้อมตัวอย่างเคสจริงที่ชวนให้คิดว่า... "บางอาการควรไปหาหมอดีกว่า"

5 จุดกด-จุดนวด ที่ต้องระวัง

1. ต้นคอ (Cervical Spine Area)

ทำไมต้องระวัง?
บริเวณต้นคอมีเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงสมอง เช่น เส้น Carotid Artery รวมถึงเส้นประสาทที่เชื่อมโยงการทำงานของร่างกาย การกดแรง ๆ หรือหมุนคอผิดวิธีอาจทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรือแตกได้

ตัวอย่างเคส:
คุณป้าท่านหนึ่งอายุ 65 ปี ไปนวดแก้คอเคล็ด แต่โดนกดแรงและหมุนคอเร็ว หลังจากกลับบ้านรู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรง และในที่สุดหมดสติ แพทย์วินิจฉัยว่าเส้นเลือดในคอเกิดการฉีกขาดและมีลิ่มเลือดไปอุดตันที่สมอง

นวดได้เมื่อ:

  • คอตึงเล็กน้อยจากการนั่งทำงาน
  • ปวดเมื่อยธรรมดาจากอิริยาบถ

ไม่ควรนวดเมื่อ:

  • รู้สึกมึนงง บ้านหมุน
  • ชาแขนหรือขา หรือรู้สึกเจ็บร้าวลงไปที่บ่า
  • ปวดคอรุนแรงจนขยับไม่ได้

2. หลังส่วนล่าง (Lower Back)

ทำไมต้องระวัง?
หลังล่างเป็นจุดที่มีโครงสร้างสำคัญ เช่น หมอนรองกระดูกและเส้นประสาท หากนวดแรงเกินไป อาจกระตุ้นหมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือเส้นประสาทอักเสบ

ตัวอย่างเคส:
ชายหนุ่มวัย 30 ปี มีอาการปวดหลังเล็กน้อยจากการยกของหนัก เข้าร้านนวดและให้หมอนวดกดบริเวณหลังล่างอย่างแรง ผลคือเกิดหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทจนต้องผ่าตัด

นวดได้เมื่อ:

  • ปวดหลังเล็กน้อยจากการทำงานหรือยกของ
  • กล้ามเนื้อตึงธรรมดา

ไม่ควรนวดเมื่อ:

  • ปวดหลังร้าวไปถึงขาหรือเท้า
  • ชาขาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ปวดหลังจากการบาดเจ็บรุนแรงหรืออุบัติเหตุ

3. หน้าอก (Chest)

ทำไมต้องระวัง?
บริเวณหน้าอกมีอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจและปอด การกดแรง ๆ หรือการนวดผิดวิธีอาจรบกวนการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดและการหายใจ

ตัวอย่างเคส:
หญิงสาววัย 40 ปี ไปนวดเพื่อผ่อนคลายความเครียด แต่ระหว่างนวดหน้าอกรู้สึกเจ็บและหายใจติดขัด หมอนวดกลับบอกว่าเป็นเรื่องปกติ สุดท้ายเธอถูกส่งโรงพยาบาลและพบว่าเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจากการกดหน้าอกแรงเกินไป

นวดได้เมื่อ:

  • กล้ามเนื้อหน้าอกตึงจากการออกกำลังกาย
  • ความเครียดทำให้รู้สึกแน่นหน้าอก

ไม่ควรนวดเมื่อ:

  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปกรามหรือแขน
  • หายใจลำบาก

4. หน้าท้อง (Abdomen)

ทำไมต้องระวัง?
หน้าท้องมีอวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ไต และกระเพาะอาหาร หากนวดแรงหรือกดผิดตำแหน่ง อาจทำให้อวัยวะภายในบาดเจ็บได้

ตัวอย่างเคส:
ชายวัย 50 ปีมีอาการท้องอืดและลองไปนวดหน้าท้อง หลังการนวดรู้สึกปวดท้องรุนแรง พบว่ามีภาวะไส้ติ่งอักเสบและถูกส่งผ่าตัดฉุกเฉิน

นวดได้เมื่อ:

  • ท้องอืดหรือแน่นท้องเล็กน้อย

ไม่ควรนวดเมื่อ:

  • ปวดท้องเฉียบพลัน
  • มีอาการบวมที่หน้าท้อง
  • ท้องเสียร่วมกับอาการปวด

5. หลังเข่า (Back of the Knee)

ทำไมต้องระวัง?
บริเวณนี้มีหลอดเลือดใหญ่และเส้นประสาทสำคัญ การกดผิดจุดอาจกระตุ้นลิ่มเลือดอุดตัน หรือรบกวนการไหลเวียนเลือดได้

ตัวอย่างเคส:
หญิงวัย 45 ปีไปนวดขาเพราะรู้สึกปวดกล้ามเนื้อ แต่ถูกกดหลังเข่าอย่างแรงจนเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด สุดท้ายต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

นวดได้เมื่อ:

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วไป

ไม่ควรนวดเมื่อ:

  • ขาบวมแดงหรือร้อน
  • มีอาการปวดลึก ๆ ในข้อเข่า

ข้อมูลทางสถิติที่น่าสนใจ

จากรายงานของสมาคมการแพทย์ในปีล่าสุด พบว่า 30% ของผู้ที่เข้ารับการนวดโดยผู้ไม่มีใบรับรอง มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น ฟกช้ำหรือกล้ามเนื้ออักเสบ และอีก 10% มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เส้นเลือดอุดตัน หมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือกระดูกหัก

 

ข้อแนะนำจากพี่Morru

ถ้าคิดจะนวด ควรเลือกสถานที่ที่เชื่อถือได้ และหมอนวดที่ผ่านการอบรมและมีใบรับรอง ไม่ควรนวดในบริเวณที่รู้สึกเจ็บรุนแรงหรือมีอาการผิดปกติ เช่น ชา อ่อนแรง หรือปวดร้าว และที่สำคัญ ถ้ารู้สึกว่าอาการแปลกไป อย่าดื้อรีบไปหาหมอทันทีดีกว่า

สุขภาพเป็นของเรา ดูแลให้ดีนะครับ 😊

 

Written by Dr.

Medical License Number 

 

 

 

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

เจาะลึก 10 สัญญาณเตือนภาวะสมองเสื่อม (Dementia) สังเกตความต่างระหว่างลืมตามวัยกับโรคอัลไซเมอร์ พร้อมแนวทางตรวจประเมินและการป้องกัน

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมักคิดว่าอาการขาลีบ เดินช้าลง หรือหกล้มบ่อยขึ้น เป็นเรื่องธรรมชาติของความชรา แต่ในทางเวชศาสตร์ชะลอวัยและชีววิทยาระบบเกรดสูง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) ภัยเงียบที่ไม่เพียงแต่ทำให้การเคลื่อนไหวแย่ลง แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ ความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้สูงอายุอย่างมหาศาล

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ในยุคที่สังคมขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ความเครียดเรื้อรังจากการทำงานส่งผลให้เกิดภาวะ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้เป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพ (Occupational Phenomenon) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

  • •หน้าแรก
  • •รู้จัก Morru
  • •โซลูชันสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
  • •ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
  • •กิจกรรมและโปรโมชั่น
  • •ติดต่อเรา
  • •ข้อกำหนดการใช้งาน
  • •นโยบายความเป็นส่วนตัว
Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้าแรก
รู้จัก Morru
โซลูชันสุขภาพ
  • • บุคคลทั่วไป
  • • บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • • สาระสุขภาพ
  • • คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา

2026 © All Rights Reserved

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัว