Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
สำหรับองค์กร→
THAENG
˄ เลื่อนขึ้น
เลื่อนลง ˅
เข้าสู่ระบบ||THAENG
Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
โซลูชั่นด้านสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
สำหรับองค์กร→
  1. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  1. หน้าแรก›
  2. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  3. PTSD จิตใจหวั่นไหว หลังเเผ่นดินไหว

PTSD จิตใจหวั่นไหว หลังเเผ่นดินไหว

9 เม.ย. 68 (00:00 น.)แชร์แชร์บทความ

พี่หมอรู้ขอพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือที่เรียกว่า PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญ โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมาย มาดูกันว่า PTSD คืออะไร มีอาการอย่างไร สาเหตุเกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเป็นอย่างไรบ้าง

PTSD จิตใจหวั่นไหว หลังเเผ่นดินไหว

PTSD คืออะไร?

PTSD เป็นภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากบุคคลเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง เช่น แผ่นดินไหว อุบัติเหตุร้ายแรง หรือการถูกทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ เหตุการณ์เหล่านี้สามารถทำให้ผู้ประสบเหตุรู้สึกหวาดกลัว ตกใจ หรือรู้สึกหมดหนทาง ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาเป็น PTSD ได้

 

อาการของ PTSD

อาการของ PTSD สามารถแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ดังนี้:

-การรำลึกถึงเหตุการณ์ (Re-experiencing):

เห็นภาพหรือความทรงจำของเหตุการณ์นั้นซ้ำ ๆ

ฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์

รู้สึกเหมือนกลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง (Flashback)

-การหลีกเลี่ยง (Avoidance):

หลีกเลี่ยงสถานที่ บุคคล หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

พยายามไม่คิดหรือพูดถึงเหตุการณ์นั้น

-การเปลี่ยนแปลงทางความคิดและอารมณ์ (Negative alterations in cognition and mood):

รู้สึกแยกตัวจากผู้อื่น

สูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่เคยสนุก

มีความคิดเชิงลบเกี่ยวกับตนเองหรือผู้อื่น

รู้สึกผิดหรือโทษตนเอง

-การตื่นตัวและการตอบสนองที่เปลี่ยนไป (Arousal and reactivity):

หงุดหงิดหรือโกรธง่าย

ตื่นตระหนกหรือตกใจง่าย

มีปัญหาในการนอนหลับ

ขาดสมาธิ

อาการเหล่านี้มักปรากฏภายในสามเดือนหลังจากเหตุการณ์ แต่บางครั้งอาจปรากฏหลังจากนั้นเป็นเวลาหลายปี

 

PTSD หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวเป็นหนึ่งในภัยพิบัติธรรมชาติที่สามารถก่อให้เกิด PTSD ได้อย่างมาก เนื่องจากความรุนแรงและความไม่คาดคิดของเหตุการณ์ การสูญเสียทรัพย์สิน การบาดเจ็บ หรือการสูญเสียคนที่รักสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด PTSD ได้

 

สถิติและการวิจัยที่เกี่ยวข้อง

การศึกษาหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล พบว่าผู้รอดชีวิตมีอัตราการเกิด PTSD สูงถึง 18.9% สามปีหลังจากเหตุการณ์

การศึกษาหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศจีน พบว่าผู้รอดชีวิตมีอัตราการเกิด PTSD อยู่ที่ 10.3% สามปีหลังจากเหตุการณ์

การศึกษาหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศตุรกี พบว่าผู้รอดชีวิตมีอัตราการเกิด PTSD อยู่ที่ 51.4%

 

ปัจจัยเสี่ยงของ PTSD หลังแผ่นดินไหว

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด PTSD หลังแผ่นดินไหว ได้แก่:

-การสูญเสียคนที่รัก: การสูญเสียสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด PTSD ได้อย่างมาก

-การบาดเจ็บทางร่างกาย: ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายจากแผ่นดินไหวมีโอกาสสูงขึ้นในการพัฒนา PTSD

-การขาดการสนับสนุนทางสังคม: การไม่มีเครือข่ายสนับสนุนจากครอบครัวหรือชุมชนสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด PTSD

-ประวัติสุขภาพจิตก่อนหน้า: ผู้ที่เคยมีปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน เช่น โรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวล มีโอกาสสูงขึ้นในการพัฒนา PTSD

 

การวินิจฉัย PTSD

การวินิจฉัย PTSD ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ซึ่งจะประเมินอาการและประวัติของผู้ป่วย โดยทั่วไป หากอาการดังกล่าวยังคงอยู่เป็นเวลามากกว่าหนึ่งเดือนและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณของ PTSD

 

การรักษา PTSD

การรักษา PTSD มักเป็นการผสมผสานระหว่างการบำบัดทางจิตและการใช้ยา:

-การบำบัดทางจิต (Psychotherapy):

-การบำบัดพฤติกรรมและความคิด (Cognitive Behavioral Therapy - CBT): ช่วยให้ผู้ป่วยระบุและเปลี่ยนความคิดที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเหตุการณ์และตนเอง

-การบำบัดด้วยการเคลื่อนไหวดวงตาและประมวลผลใหม่ (Eye Movement Desensitization and Reprocessing - EMDR): ช่วยลดความรุนแรงของความทรงจำที่เจ็บปวดผ่านการเคลื่อนไหวของดวงตา

-การใช้ยา: ยาต้านเศร้า (Antidepressants): เช่น SSRIs และ SNRIs ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล

-การสนับสนุนจากครอบครัวและสังคม:

การมีเครือข่ายสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากครอบครัว เพื่อน หรือกลุ่มสนับสนุนสามารถช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

เจาะลึก 10 สัญญาณเตือนภาวะสมองเสื่อม (Dementia) สังเกตความต่างระหว่างลืมตามวัยกับโรคอัลไซเมอร์ พร้อมแนวทางตรวจประเมินและการป้องกัน

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมักคิดว่าอาการขาลีบ เดินช้าลง หรือหกล้มบ่อยขึ้น เป็นเรื่องธรรมชาติของความชรา แต่ในทางเวชศาสตร์ชะลอวัยและชีววิทยาระบบเกรดสูง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) ภัยเงียบที่ไม่เพียงแต่ทำให้การเคลื่อนไหวแย่ลง แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ ความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้สูงอายุอย่างมหาศาล

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ในยุคที่สังคมขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ความเครียดเรื้อรังจากการทำงานส่งผลให้เกิดภาวะ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้เป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพ (Occupational Phenomenon) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

  • •หน้าแรก
  • •รู้จัก Morru
  • •โซลูชันสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
  • •ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
  • •กิจกรรมและโปรโมชั่น
  • •ติดต่อเรา
  • •ข้อกำหนดการใช้งาน
  • •นโยบายความเป็นส่วนตัว
Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้าแรก
รู้จัก Morru
โซลูชันสุขภาพ
  • • บุคคลทั่วไป
  • • บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • • สาระสุขภาพ
  • • คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา

2026 © All Rights Reserved

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัว