Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบ
สำหรับองค์กร→
THAENG
˄ เลื่อนขึ้น
เลื่อนลง ˅
เข้าสู่ระบบ||THAENG
Morru
หน้าแรก
รู้จักหมอรู้
โซลูชั่นด้านสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา
สำหรับองค์กร→
  1. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  1. หน้าแรก›
  2. กิจกรรมและโปรโมชั่น›
  3. รู้เท่าทัน RSV

รู้เท่าทัน RSV

18 ก.ย. 68 (00:00 น.)แชร์แชร์บทความ

ไวรัส RSV เป็นภัยเงียบที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในเด็กเล็ก แต่เราทุกคนสามารถป้องกันได้ด้วยพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน และรู้เท่าทันสัญญาณอันตราย

รู้เท่าทัน RSV

ต้นกำเนิดของ RSV

Respiratory Syncytial Virus ในทางเดินหายใจ หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า RSV ถูกระบุครั้งแรกในปี 1956 ในชิมแปนซีที่มีอาการคล้ายไข้หวัดและถูกตรวจพบในมนุษย์ไม่กี่ปีต่อมา มันกลายเป็นไวรัสที่พบบ่อย โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ

 

การระบาดครั้งใหญ่ที่สุด


ในสหรัฐอเมริกา เกินกว่า 58,000 คน/ปี ผู้ป่วยเด็กถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเพราะ RSV 

ในประเทศไทย RSV ถูกแพร่กระจายโดยทั่วไปในช่วงฤดูฝน-เย็น (กรกฎาคม - ธันวาคม

 

การแพร่กระจายอย่างไร?


RSV แพร่กระจายได้ง่ายผ่าน:
- หยดละอองเมื่อน้ำลายของผู้ติดเชื้อกระเด็นออกมาจากการไอหรือจาม
- การสัมผัสกับพื้นผิวหรือของเล่นที่มีไวรัส
- การใช้เครื่องใช้ถึง, แก้ว หรือผ้าขนหนูร่วมกับผู้ติดเชื้อ

ไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวได้นานหลายชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นผิวแข็ง

 

ระยะฟักตัว


อาการจะปรากฏหลังการสัมผัส 2-8 วัน และสามารถแพร่กระจายต่อไปยังผู้อื่นได้โดยไม่รู้ตัว

 

อาการของ RSV


อาการในระยะสั้น (แบบฉับพลัน):
- ไข้, ไอ, น้ำมูกไหล
- หายใจมีเสียงหวีด, หายใจเร็ว
- เด็กไม่ยอมรับประทานอาหาร, อ่อนเพลีย

อาการในระยะยาว (ในบางกรณี):
- มีแนวโน้มเป็น หอบหืด ในอนาคต
- การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจบ่อยครั้ง
- ทารกคลอดก่อนกำหนดอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเป็นโรคปอดเรื้อรัง

 

การรักษา RSV


ข้อสำคัญ: RSV ไม่มีตัวยาฆ่าไวรัสเฉพาะทางในคนทั่วไป การรักษาส่วนใหญ่คือ การประคับประคองอาการ จนร่างกายฟื้นตัวเอง

 

แนวทางรักษาในเด็กทั่วไป:
- พักผ่อนมาก ๆ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ลดไข้โดยการเช็ดตัว
- ยาลดไข้ (พาราเซตามอล) แต่ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะเนื่องจาก RSV เป็นไวรัสไม่ใช่แบคทีเรีย

ในกรณีรุนแรง:
- ให้ออกซิเจนถ้ามีภาวะขาดออกซิเจน
- ดูดเสมหะออกหากมีการขวางทางเดินหายใจ
- การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด

บางกรณีอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

 

สำหรับเด็กที่อยู่ในความเสี่ยงสูง:
- ทารกคลอดก่อนกำหนด
- เด็กที่มีปัญหาหัวใจหรือปอดเรื้อรัง

พวกเขาอาจได้รับยาป้องกันฉีดที่มีราคาสูง (Palivizumab) ซึ่งมีราคาแพงและยังไม่ครอบคลุมในไทยทั่วไป

 

วิธีป้องกันตนเองและครอบครัว


- ล้างมือบ่อย ๆ
- หลีกเลี่ยงเด็กไปสถานที่ชุมนุมขนาดใหญ่
- แยกเด็กป่วยจากเด็กที่แข็งแรง
- ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิว
- ผู้ใหญ่ป่วยควรสวมหน้ากากเวลาใกล้เด็ก

 

สัญญาณอันตรายที่ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที


- หายใจถี่มาก หายใจมีอาการลำบากทำให้เห็นการบุ๋มในทรวงอก
- หายใจมีเสียงหวีด
- ใบหน้าหรือลิปสีน้ำเงิน (Cyanosis) – ริมฝีปากหรือนิ้วมือสีน้ำเงิน และเท้าเย็น
- ไม่กินนมเลย, อ่อนเพลียมาก
- ไข้สูงต่อเนื่อง (นานเกินกว่าสองวันโดยไม่มีการลดลง)

 

 

 อ้างอิง
กรมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC): https://www.cdc.gov/rsv/index.html
WHO RSV: https://www.who.int/teams/global-influenza-programme/rsv

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

10 สัญญาณเตือน "ภาวะสมองเสื่อม" ระยะแรก รู้ไว รับมือทันก่อนสาย

เจาะลึก 10 สัญญาณเตือนภาวะสมองเสื่อม (Dementia) สังเกตความต่างระหว่างลืมตามวัยกับโรคอัลไซเมอร์ พร้อมแนวทางตรวจประเมินและการป้องกัน

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

Sarcopenia ภัยเงียบวัยเก๋า : เมื่อกล้ามเนื้อหาย... ชีวิตก็หมดความอิสระ

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนมักคิดว่าอาการขาลีบ เดินช้าลง หรือหกล้มบ่อยขึ้น เป็นเรื่องธรรมชาติของความชรา แต่ในทางเวชศาสตร์ชะลอวัยและชีววิทยาระบบเกรดสูง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) ภัยเงียบที่ไม่เพียงแต่ทำให้การเคลื่อนไหวแย่ลง แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ ความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้สูงอายุอย่างมหาศาล

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ถอดรหัส Burnout Syndrome สัญญาณเตือนอันตราย และแนวทางฟื้นฟูจิตใจอย่างยั่งยืน

ในยุคที่สังคมขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ความเครียดเรื้อรังจากการทำงานส่งผลให้เกิดภาวะ Burnout Syndrome หรือภาวะหมดไฟ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้เป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพ (Occupational Phenomenon) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง

  • •หน้าแรก
  • •รู้จัก Morru
  • •โซลูชันสุขภาพ
  • •บุคคลทั่วไป
  • •บุคลากรทางการแพทย์
  • •ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • •สาระสุขภาพ
  • •คำถามที่พบบ่อย
  • •กิจกรรมและโปรโมชั่น
  • •ติดต่อเรา
  • •ข้อกำหนดการใช้งาน
  • •นโยบายความเป็นส่วนตัว
Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

Morru

บริษัท เครซี่โค้ด จำกัด

300/45 ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1)

แขวงวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้าแรก
รู้จัก Morru
โซลูชันสุขภาพ
  • • บุคคลทั่วไป
  • • บุคลากรทางการแพทย์
ศูนย์ข้อมูลและสาระ
  • • สาระสุขภาพ
  • • คำถามที่พบบ่อย
กิจกรรมและโปรโมชั่น
ติดต่อเรา

2026 © All Rights Reserved

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัว